วิธีการเลือกขนาดกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คที่ดีที่สุด

Backpacker มองเห็นภูเขา

กระเป๋าเป้สะพายหลังเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในโลก กระเป๋าเป้สารพัดประโยชน์นี้มีให้เลือกมากมายหลายแบบ หลายทรงและหลายขนาดเพื่อใช้รองรับความต้องการทั้งมืออาชีพและการใช้งานของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในถิ่นทุรกันดารหรือทำงานในห้องประชุมหรูหรา เรามีกระเป๋าเป้สะพายหลังหลายขนาดและหลากรูปแบบที่ใช้งานเฉพาะด้านเพื่อคุณ

Backpacker overlooking mountains

วิธีวัดขนาดกระเป๋าเป้สะพายหลัง

ขนาดกระเป๋าเป้สะพายหลังวัดได้สองวิธีคือ หนึ่ง วัดขนาดตามความจุของกระเป๋าซึ่งจะบอกคุณได้ว่าจะเก็บสัมภาระไว้ได้มากเท่าไร ความจุของกระเป๋าเป้สะพายหลังวัดโดยใช้ลูกบาศก์นิ้วหรือลิตร วิธีที่สอง วัดขนาดตามปริมาตรของกระเป๋า (ความยาว ความกว้าง ความสูงหรือความลึก)

ความจุ

นี่เป็นเอกสิทธิ์ของผู้ผลิตว่าต้องการบอกขนาดกระเป๋าเป้สะพายหลังหน่วยเป็นลิตรหรือลูกบาศก์นิ้ว แต่แบรนด์กระเป๋าเป้บางรุ่นมีให้ทั้งสองเวอร์ชันเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ที่กระเป๋าระบุว่าสามารถรับน้ำหนักได้ 20 ลิตร: 1,220 ลูกบาศก์นิ้ว

different sized backpacks

ความจุของกระเป๋าคำนวณโดยใช้สูตรเพื่อหาขนาดกระเป๋า แต่นักออกแบบและผู้ผลิตกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คส่วนใหญ่ให้ข้อมูลนี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการกำหนดจากการวิเคราะห์จำนวนช่องเก็บของภายในกระเป๋าว่ามีกี่ช่องและขนาดเท่าไหร่ ดังนั้นหากกระเป๋าเป้ของคุณมีช่องเก็บของหลายช่อง นักออกแบบจะวัดขนาดพื้นที่จัดเก็บและช่องเก็บของย่อยนั้นทั้งในและนอกกระเป๋ารวมกับช่องเก็บของหลัก

แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ผลิตทุกรายที่วัดปริมาตรความจุของกระเป๋าด้วยวิธีนี้ บางบริษัทมีการเพิ่มช่องกระเป๋าแบบเปิดไว้บริเวณด้านนอกกระเป๋าเป้ เช่น ช่องตาข่ายใส่ขวดน้ำ ดังนั้นแม้ว่าความจุของกระเป๋าเป้สะพายหลังดูเหมือนว่ามีขนาดใหญ่ แต่ก็อาจไม่ถูกต้อง 100% นัก

ปริมาตรความจุ

ขนาดของกระเป๋าเป้สะพายหลังหมายถึง ปริมาตรความจุของกระเป๋าเป้ซึ่งวัดเป็น ความยาว ความกว้าง และความลึก ขนาดของกระเป๋าเป้สะพายหลังนั้นมีความสำคัญเนื่องจากเป็นการบ่งบอกตัวกระเป๋า  ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้ว่ากระเป๋าเป้สะพายหลังยาวขนาดเท่าไหร่ ก็จะบอกได้ว่ากระเป๋ายาวแค่ไหนเมื่ออยู่บนหลังของคุณ

ก่อนที่คุณจะซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลังสักใบ การรู้ขนาดของกระเป๋าจึงสำคัญเนื่องจากสามารถบอกขนาดความจุและข้อจำกัดของความจุได้

แต่ทั้งนี้ไม่มีกระเป๋าเป้สะพายหลังใบไหนที่ดีกว่ากัน ลักษณะและคุณสมบัติทุกอย่างขึ้นอยู่กับขนาดและความต้องการของร่างกายคุณ กระเป๋าเป้สะพายหลังที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปอาจหมายถึงน้ำหนักที่คุณกำลังแบกอาจไม่สมดุลและทำให้เกิดอาการปวดหลังรุนแรง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด กระเป๋าเป้ที่มีขนาดไม่ถูกต้องสมดุลอาจทำให้คุณล้มลงได้

หากคุณต้องการลงทุนเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเดินทางกลางแจ้งและสถานที่ห่างไกลจากแพทย์ กระเป๋าเป้สะพายหลังที่เหมาะสำหรับคุณจึงควรให้มีขนาดกว้างขึ้นเล็กน้อยพอที่จะแบกสัมภาระที่คุณนำติดตัวมาและรู้สึกสะดวกสบายในการพกพา

วิธีการเลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังที่เหมาะสำหรับคุณ

มีปัจจัยสำคัญอยู่หลายประการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก่อนเลือกซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลัง ในตลาดนั้นมีกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คอยู่มากมายหลายพันรูปแบบที่แตกต่างกันซึ่งทั้งหมดออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณเลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ตรงใจคุณ:

tall and short hikers backpacking

รูปแบบร่างกาย

หากคุณไม่ได้  เลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังอย่างระมัดระวัง   คุณอาจจะได้กระเป๋าที่ใหญ่หรือเล็กกว่ารูปแบบร่างกายคุณ สิ่งสำคัญคุณจะต้องไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อใช้กระเป๋าเป้ใบนี้ที่ไหนก็ตาม ข่าวดีก็คือ คุณสามารถเลือกซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลังที่เหมาะกับคุณจากการวัดขนาดลำตัวของคุณ

วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำเช่นนี้คือ การใช้สายวัดชนิดยืดหยุ่นและขอให้เพื่อนคุณช่วยวัดให้ตามวิธีการดังนี้:

  • 1
    เอนหัวของคุณไปข้างหน้า แล้วมองหากระดูกคอที่อยู่ระหว่างคอและช่วงไหล่เอียง บริเวณนี้เรียกว่า กระดูกสันหลังส่วนคอ C7 และยังเป็นพื้นที่ส่วนบนของลำตัวคุณ
  • 2
    เลื่อนมือทั้งสองลงไปข้างลำตัว ให้เลื่อนมือผ่านกระดูกซี่โครงไปยังตำแหน่งยอดสะโพกซึ่งอยู่ด้านบนของสะโพกของคุณ ยื่นนิ้วชี้ไปข้างหน้าและนิ้วหัวแม่มือเข้าด้านในเพื่อลองวาดเส้นจินตนาการระหว่างนิ้วหัวแม่มือ นี่คือพื้นที่ด้านล่างของความยาวลำตัว
  • 3
    ยืนขึ้นหลังตรงและขอให้เพื่อนของคุณวัดพื้นที่ระหว่างเส้นสมมุติระหว่างนิ้วหัวแม่มือของคุณและกระดูกสันหลังส่วนคอ C7 นี่คือการวัดความยาวของลำตัว

นอกจากนี้ควรวัดขนาดสะโพกของคุณด้วย เนื่องจากน้ำหนักส่วนใหญ่ของกระเป๋าเป้สะพายหลังจะลงบนส่วนนี้ของร่างกาย หากคุณเลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดที่ถูกต้องจะทำให้สะโพกหรือขนาดเอวรับน้ำหนักน้อยลง แต่ควรตรวจสอบอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังเดินทางหลายวันเพราะคุณกำลังแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น

ให้วัดขนาดสะโพกโดยใช้สายวัด โดยวัดรอบบริเวณสะโพกด้านบนของคุณเนื่องจากต่อกับกระดูกเชิงกราน ช่วงนี้จะสูงกว่าช่วงเข็มขัดเล็กน้อย

เป้สะพายหลังส่วนใหญ่มาพร้อมกับสายรัดปรับได้ซึ่งช่วยให้รองรับน้ำหนักแต่ละคนตามความยาวลำตัวที่แตกต่างกันไปได้ดี หากคุณซื้อกระเป๋าที่มีคุณสมบัติตามนี้ ควรดูที่ความยาวลำตัวเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นๆ หากปรับสายรัดไม่ถูกต้อง คุณเพียงรีเซ็ตความยาวใหม่อีกครั้ง

ความจุของน้ำหนัก

แม้ว่าเราจะพูดถึงความยาวและขนาด แต่ก็ไม่ควรลืมพิจารณาว่ากระเป๋าเป้ใบนั้นสามารถรับน้ำหนักของที่ต้องการบรรจุได้มากเท่าไหร่ โดยทั่วไปแล้วกระเป๋าเป้สะพายหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้น้ำหนักของกระเป๋าหนักมากขึ้น แต่คุณต้องคิดคำนึงถึงสิ่งของที่คุณตั้งใจจะนำติดตัวไปด้วยเพราะบางครั้งสิ่งของขนาดเล็กอาจมีน้ำหนักมาก เช่น อุปกรณ์ทำอาหารและอุปกรณ์ติดตั้งค่าย

สภาพอากาศ

สภาพอากาศที่คุณต้องเผชิญในการตั้งแคมป์หรือการเดินป่ามีบทบาทสำคัญเนื่องจากองค์ประกอบเหล่านั้นมีส่วนทำให้การเดินทางราบรื่นหรือทำลายการเดินทางของคุณได้หากคุณไม่ได้เตรียมพร้อมมาอย่างดีพอ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจะต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนชื้น คุณจะต้องเตรียมพื้นที่ในกระเป๋าเพื่อใช้ใส่กระบอกน้ำหรือไฮเดรชันแพค

ในทางกลับกัน หากคุณออกไปผจญภัยในช่วงอากาศเย็นจะต้องมีพื้นที่เก็บเสื้อกันหนาวหรือแจ็คเก็ตหนาๆในกระเป๋าของคุณ เมื่อช่วงหิมะตกคุณอาจต้องใช้รองเท้าหิมะ และสุดท้ายในช่วงฤดูหนาวคุณอาจต้องการกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดใหญ่เพื่อใส่ของทุกอย่าง

รูปแบบการแพ็คของส่วนตัว

จากที่กล่าวมา สิ่งที่ควรทำในตอนท้ายของวันคือ การคิดเรื่อง รูปแบบการแพ็คกระเป๋า และลักษณะการจัดเก็บ บางคนรู้แล้วว่ารูปแบบการแพ็คกระเป๋าแบบไหนเหมาะกับพวกเขา เช่น การม้วนเสื้อผ้าและของใช้อื่น ๆ เพื่อเก็บให้พอดีกับกระเป๋าหรือช่องเก็บของตามน้ำหนักของกระเป๋า ถ้านี่เป็นสิ่งที่คุณทำอยู่ ที่คุณอาจต้องใช้กระเป๋าเป้ใบเล็กกว่านี้ ให้คิดคำนึงถึงสิ่งของขนาดใหญ่ที่อาจไม่สามารถพับเก็บได้ด้วย

กระเป๋าเป้ด้านล่าง

หากคุณชอบกิจกรรมกลางแจ้ง คุณอาจอยากได้กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดใหญ่เพื่อใช้สำหรับการเดินป่า อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คุณควรเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะด้านของคุณมากกว่า การตัดสินใจที่ดีที่สุดของคุณคือ การลงทุนซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลังสักสองสามใบเพื่อให้คุณนำไปใช้ตามแต่ละโอกาสที่แตกต่างกันไป คุณจะมั่นใจได้ว่าการเดินทางในแต่ละครั้งช่วยให้คุณรู้สึกสบายและปลอดภัยไม่ว่าคุณจะแบกของหนักมากหรือไม่ก็ตาม

วิธีการปรับกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คให้พอดีได้ที่บ้าน

หากคุณเพิ่งซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดใหญ่ใบใหม่ที่อาจมาพร้อมสายปรับและสายรัดจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในระหว่างการเดินทางคุณสามารถปรับสายรัดเหล่านั้นได้ก่อนที่บ้าน กล้ามเนื้อขาคือส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ที่แข็งแรงที่สุด ดังนั้นจุดประสงค์ของการทำเช่นนี้คือ การปรับสายรัดเพื่อผ่อนคลายน้ำหนักที่อยู่บนสะโพกของคุณให้มากที่สุด

สายรัดหลักๆที่สามารถปรับได้นั้นมีอยู่ 4 จุด คือ สายรัดสะโพก สายรัดไหล่ สายรัดยกน้ำหนักและสายรัดหน้าอก เมื่อคุณกลับถึงบ้านให้ลองนำสัมภาระที่มีน้ำหนักประมาณ 15 ปอนด์ลงในกระเป๋าเป้สะพายหลังของคุณ ควรมีเพื่อนอยู่ด้วยหรืออย่างน้อยมีกระจกส่องเพื่อช่วยตรวจสอบความพอดีหลังจากปรับสายรัดจุดต่างๆแล้ว

ก่อนเริ่มจัดของ ให้คลายสายรัดทั้งหมดออกก่อน จากนั้นให้เริ่มปรับที่สายรัดสะโพกหรือสายรัดไหล่และสุดท้ายให้ปรับที่สายรัดหน้าอกหรือสายรัดยกน้ำหนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อคุณใช้กระเป๋าเป้ในขณะเดินทาง ควรปรับทุกอย่างให้เป็นแบบไดนามิกอยู่เสมอ

นี่คือเหตุผลที่นักปีนเขาผู้มากประสบการณ์ต่างให้ความสำคัญกับสายรัดตลอดทั้งการเดินทางซึ่งก็เพื่อเป็นการบรรเทาแรงกดดันบางอย่างได้ตามต้องการนั่นเอง การทำความคุ้นเคยกับสายปรับส่วนต่างๆให้เร็วที่สุดทันทีที่คุณถึงบ้านจะทำให้คุณไม่ต้องเผชิญกับความเครียดเนื่องจากความไม่คุ้นเคยหรือใช้สายรัดไม่เป็นเมื่อต้องปรับสายระหว่างการเดินทาง

ขั้นที่ 1: สายเข็มขัดสะโพก

  • 1
    แบกกระเป๋าเป้สะพายหลังของคุณขึ้นมาและลองขยับสายรัดรอบสะโพกให้รัดพอดีเหนือกระดูกสะโพกของคุณ ถ้าหากสูงเกินไปหรือต่ำเกินไปก็ให้คลายหรือดึงสายคล้องไหล่ให้แน่นเพื่อให้เข็มขัดสะโพกอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • 2
    เมื่อสายเข็มขัดสะโพกของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ให้ล็อคหัวเข็มขัดแล้วจึงดึงสายให้แน่น อย่าดึงเข้ามากเกินไปแต่ควรรัดให้พอดีและไม่แน่นจนรัดผิวของคุณ
  • 3
    สายรัดเข็มขัดควรรัดให้ยาวไปถึงบริเวณด้านหน้ากระดูกสะโพกพอสมควร และให้มีพื้นที่ว่างทั้งซ้ายและขวายาวจากหัวเข็มขัดประมาณหนึ่งนิ้ว

ขั้นที่ 2: สายรัดไหล่

  • 1
    ล็อคสายรัดไหล่ให้กระชับพอดีกับไหล่ของคุณ แต่ทั้งนี้สายรัดไหล่ไม่ควรรับน้ำหนักที่มากเกินไป มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดอาการปวดและตึงที่ลำคอ ไหล่และกล้ามเนื้อหลังส่วนบนได้
  • 2
    จุดยึดของสายคล้องไหล่ควรอยู่ที่ประมาณ 1-2 นิ้วใต้แนวลาดของไหล่ของคุณหรือบริเวณรอบๆใต้หัวไหล่ของคุณ มิฉะนั้นขนาดความยาวลำตัวกระเป๋าหรือสายเข็มขัดสะโพกอาจอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องบนสะโพกคุณ
  • 3
    ปรับความตึงของสายรัดไหล่ของคุณโดยการจับสายรัดดึงไปมาจนกระทั่งรู้สึกว่าสายรัดแน่นพอดี ให้เรียนรู้วิธีการปรับสายคล้องไหล่นี้ให้กระชับพอดีเพื่อลดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆขณะเดินป่า

ขั้นตอนที่ 3: สายปรับน้ำหนัก

  • 1
    ปรับสายรับน้ำหนักให้ได้มุม 45 องศาโดยให้เอียงไปทางตัวกระเป๋าที่เชื่อมต่อกับสายดึงไหล่ด้านบนซึ่งอยู่ผ่านจุดยึดไปทางแผงด้านหลัง
  • 2
    อย่าดึงสายปรับน้ำหนักจนแน่นเกินไปเพราะจะทำให้ตึงและอาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดและไม่สบายที่ไหล่ของคุณ ควรปรับสายให้พอดีและให้ปลอดภัย หากยังมีช่องว่างเหลือตรงสายรัดไหล่ ขอให้ปรับอีกครั้งจนพอดี

ขั้นที่ 4: สายรัดหน้าอก

  • 1
    เลื่อนสายรัดหน้าอกไปรอบๆจนกว่าจะได้ระดับที่พอดีและสบายบนหน้าอกของคุณ สายรัดนี้ควรอยู่ใต้กระดูกไหปลาร้าของคุณประมาณหนึ่งนิ้ว
  • 2
    กระชับสายรัดให้พอดีและล็อคหัวเข็มขัดโดยให้กว้างพอที่จะให้แขนของคุณเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
  • 3
    หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการปรับสายรัดกระเป๋าเป้สะพายหลังคือ การรัดสายรัดแน่นเกินไป หลีกเลี่ยงการรัดที่แน่นเกินไปเพราะทำให้เดินทางไม่สะดวก อึดอัด หายใจลำบากและทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกหดตัว

วิธีการปรับกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คระหว่างการเดินทาง

ในขณะเดินทาง เป็นเรื่องยากที่จะไม่เกิดปัญหาใดใดขึ้นเพราะไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ ในบางช่วงเวลาคุณอาจรู้สึกเหมือนทุกอย่างราบรื่นดี แต่เมื่อคุณเริ่มออกเดินทางมันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

กระเป๋าเป้สะพายหลังที่ดีจะผ่านกระบวนการแบบไดนามิกซึ่งต้องดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่ควรคำนึงถึงเพื่อให้มั่นใจว่ากระเป๋าเป้สะพายหลังของคุณเหมาะสำหรับการเดินทาง:

  • ทันทีที่คุณได้กระเป๋าเป้มา ให้คุณตรวจสอบและทดลองอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม เช่น ปรับสายรัดทุกเส้น สละเวลาเรียนรู้วิธีการใช้สายรัดที่บ้านก่อนทุกครั้งเพราะจะช่วยลดความเครียดและอาการปวดหัวในขณะที่คุณกำลังเดินทาง
  • เมื่อคุณเรียนรู้และจดจำเทคนิคทุกอย่างจากที่บ้านได้แล้วจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในขณะเดินทาง
  • ขณะเดินป่า คุณสามารถลองปรับแต่งสายรัดในแบบต่างๆเพื่อลดความเมื่อยล้าและอาการเจ็บปวดได้ วิธีเดียวที่จะรู้และให้ได้ผลดีคือ การทดลองทำซึ่งจะได้รู้ข้อผิดพลาดนั่นเอง
  • chevron-right
    หากคุณกำลังแบกสัมภาระที่หนักมาก คุณอาจรู้สึกทรมาณจากความเมื่อยล้า นี่เป็นเรื่องปกติและวิธีที่ดีที่สุดเพื่อบรรเทาอาการคือ การคลายสายรัดสะโพกและกระชับสายรัดไหล่ให้แน่นขึ้น ซึ่งคุณสามารถกลับไปรัดแบบเดิมได้อีกครั้งเมื่อรู้สึกดีขึ้น
  • chevron-right
    เมื่อคุณออกเดินป่า ให้คุณมีสติในการทรงตัวอยู่เสมอ การเอียงลำตัวส่วนบนของร่างกายไปข้างหน้าเล็กน้อยจะช่วยให้โหลดสัมภาระได้สมดุลขึ้น
  • chevron-right
    ทุกครั้งที่หยุดพัก ให้ถอดกระเป๋าเป้ที่แบกอยู่ออกทุกครั้งซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณได้พักบ้างเนื่องจากคุณจำเป็นต้องพักเพื่อยืดเส้นยืดสายและฟื้นตัวบ้างสักสองสามนาที

กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดทั่วไป

เมื่อคุณกำลังค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าเป้สะพายหลังเพื่อให้เหมาะกับการผจญภัยในครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ หรือการเดินทางไปต่างประเทศที่ต้องพักยาวนานนับเดือน สิ่งแรกที่คุณอาจสังเกตเห็นก็คือ กระเป๋าเป้สะพายหลังนั้นมีอยู่มากมายหลายรูปแบบและหลายขนาด แล้วเราควรเลือกแบบไหนดีล่ะ?

เพื่อตอบคำถามนี้ ขอให้ลองพิจารณาดูจากขนาดกระเป๋าเป้สะพายหลังธรรมดาที่สุดในปัจจุบันและสิ่งที่มีความหมายสำหรับคุณมากที่สุดในฐานะนักเดินทาง นอกจากนี้ให้ดูเรื่องจุดประสงค์การใช้งาน และราคา เหล่านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้รู้ว่ากระเป๋าเป้ชนิดใดเหมาะกับการผจญภัยของคุณที่สุด

ขนาด 0-10 ลิตร

กระเป๋าเป้ชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้บรรจุ hydration pack , trail running packs, และ lumbar packs  มากที่สุด  เป็นเป้ขนาดเล็กสุดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อใช้พกพาสิ่งของจำเป็นอย่างเช่น อุปกรณ์เก็บน้ำไฮเดรต์ชัน ผ้ากันฝนน้ำหนักเบาและขนมสองสามอย่าง

ขนาด 10-20 ลิตร

ความจุกระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้เหมาะสำหรับการผจญภัยที่คุณใช้เวลาเดินทางไม่นานและไม่เกินหนึ่งวัน รวมถึงการเดินทางเพื่อไปทำงานหรือเดินป่าที่เหมาะให้คุณใช้บรรจุอาหาร เครื่องดื่ม ฉนวนกันความร้อน ไฟติดหัว น้ำสองลิตรและผ้าห่มสำหรับหนึ่งวัน

ขนาด 20-30 ลิตร

กระเป๋าในหมวดนี้ใชับรรจุสิ่งจำเป็นต่างๆ เช่น อาหารสำหรับหนึ่งวัน ฉนวนกันความร้อน (เสื้อแจ๊คเก็ตมีขน) เสื้อกันฝน ไฟติดหัว ชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็กและผ้าห่ม

ขนาด 30-40 ลิตร

หมวดหมู่นี้เป็นการจัดกระเป๋าเป้สะพายหลังเพื่อเดินป่า ท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์และไปค้างคืน กระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้เหมาะสมอย่างยิ่งหากคุณมีเพื่อนเดินทางที่คอยช่วยแบกสัมภาระอย่างเครื่องนอนให้คุณ มิฉะนั้นคุณควรเลือกใช้แผ่นรองนอนหรือถุงนอนที่มีลักษณะเบากว่าสำหรับกระเป๋าประเภทนี้

กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาด 30-40 ลิตรมักออกแบบมาพร้อมกับกระเป๋าเล็กและช่องเล็กอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งจะอยู่ตามเข็มขัดด้านนอกและสายรัดสะโพกเพื่อใช้เก็บไฟติดหัว ขนมและมีด อย่าลืมว่า กระเป๋าเป้ ประเภทนี้ผลิตขึ้นเพื่อรองรับตามความยาวลำตัวในขนาดที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกขนาดกระเป๋าที่เหมาะกับคุณจริงๆเช่นเดียวกับการเลือกถุงมือเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง

กระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้ใช้เพื่อการผจญภัยและการเดินทาง 2 หรือ 3 วัน ที่เหมาะกับความต้องการของคุณในทุกๆด้าน เช่น ใช้บรรจุถุงนอนน้ำหนักเบา อาหาร 6 มื้อ  ผ้าใบ/เปล/เต้นท์นอนชนิดเบาพิเศษสำหรับหนึ่งคน/ แผ่นรองนอนขนาดเล็ก ชุดชั้นในและถุงเท้าคู่พิเศษ

ขนาด 40-50 ลิตร

เหมาะสำหรับการเดินทางแบบหลายวัน กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาด 40-50 ลิตรชนิดนี้เหมาะสำหรับการพกพาทุกอย่างที่คุณต้องการบรรจุลงในกระเป๋า เช่น หม้อต้มสำหรับทำอาหารขนาดเล็ก อาหารสำหรับทาน 6 วัน เชื้อเพลิงค่ายและเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน ที่กรองน้ำและที่นอน

ขนาด 50-60 ลิตร

กระเป๋าเป้สะพายหลังประเภทนี้เป็นการอัปเกรดจากความจุขนาด 40 - 50 ลิตรเพื่อให้คุณสามารถพกพาทุกอย่างเพิ่มเติมจากกระเป๋าเป้ประเภทก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เพื่อให้มีพื้นที่บรรจุเพิ่มขึ้นสำหรับแผ่นรองนอนและเต็นท์ขนาดใหญ่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระเป๋าเป้สะพายหลังเพื่อใช้ค้างคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์นี้สามารถใช้รองรับสิ่งสำคัญสามอย่างที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการเดินป่าค้างคืนได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ที่พัก ถุงนอนและแผ่นรองนอนซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นเหล่านี้ หากคุณไม่ได้ซื้อแบบเบาพิเศษมักมีขนาดใหญ่ กระเป๋าเป้สะพายหลังประเภทนี้จึงสามารถเก็บเสื้อผ้า หมอน ที่รองนอนขนาดใหญ่ เต็นท์สำหรับ 2-3 คน รองเท้าเดินป่าและถุงนอนสังเคราะห์ได้เป็นอย่างดี

ขนาด 60-70 ลิตร

กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดใหญ่ชนิดนี้ใช้เพื่อการเดินทางแบกเป้แบบหลายวันซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์และรายการทั่วไปที่คุณต้องการใส่ในกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คประเภทก่อนหน้านี้ เป้ชนิดนี้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับของใช้ไม่จำเป็นเหล่านั้นซึ่งจะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายและอุ่นใจมากขึ้น

นักปีนเขาหลายๆคนชอบกระเป๋าเป้ชนิดนี้มากเพราะสามารถบรรจุสัมภาระได้มากขึ้น เช่น ชุดปฐมพยาบาลขนาดใหญ่ อาหารสำหรับทานนาน 10 วันและเครื่องครัวชนิดพิเศษ เช่น หม้อหรือกระทะทอดแบบพิเศษ เป็นต้น

ขนาด 70-80 ลิตร

ถ้าคุณต้องใช้กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คขนาดนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งสำคัญที่สุดของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณพกพาอุปกรณ์สำหรับผู้อื่น เช่น เด็กเล็ก หรือเพื่อนร่วมเดินป่าคนอื่นๆ ได้ด้วย ข้อจำกัดของกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คชนิดนี้คือ ขนาดน้ำหนักที่คุณต้องแบกรับไว้กับตัวคุณ

กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาด 70-80 ลิตรยังจำเป็นสำหรับการปีนขึ้นไปที่ระดับความสูง หากการเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแล้ว การเพิ่มพื้นที่บรรจุสัมภาระที่มีอยู่ในกระเป๋าเป้ขนาดนี้จะช่วยให้คุณบรรจุของได้เยอะกว่ากระเป๋าเป้ประเภทก่อนหน้านี้มาก เช่น เต็นท์สำหรับสี่คน แผ่นรองนอนมีเบาะ แผ่นรองนอนกันฉนวน และถุงนอนหรือที่นอนสังเคราะห์

ชนิดและขนาดของกระเป๋าเป้

ในปัจจุบัน มีกระเป๋าเป้สะพายหลังมากมายในตลาดให้เลือกตามความต้องการเฉพาะด้านของคุณ กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คมีทั้งขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกันสำหรับการใช้งานทั้งในร่มและกลางแจ้งตั้งแต่ขนาดบรรจุ 10 ลิตรจนถึง 100 ลิตร

กระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดที่คุณต้องการใช้ไปทำงานพร้อมๆกับความสามารถใน การจัดเก็บแล็ปท็อป อย่างปลอดภัย นั้นแตกต่างจากกระเป๋าเป้สะพายหลังที่คุณใช้เดินทางไปแคมปิ้งซึ่งใช้เวลาเดินทางนานหลายวัน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ากระเป๋าเป้สะพายหลังปกตินั้นควรใช้กี่ลิตร

laptop and backpacks

 รูปแบบและขนาดของกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คที่พบมากที่สุด ได้แก่:

กระเป๋าเป้เดย์แพ็ค

กระเป๋าเป้แบบเดย์แพ็คเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวแบบวันเดียวเพื่อใช้พกพาสิ่งต่างๆไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่เกิน 10 ชั่วโมงเท่านั้น กระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้มักจะมีขนาดบรรจุอยู่ระหว่าง 8 ถึง 30 ลิตร กระเป๋าเป้เดย์แพ็คขนาดเล็กที่มีขนาดไม่ถึง 10 ลิตรซึ่งเหมาะสำหรับการเดินป่าแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือทัวร์ในเมืองแบบวันเดียว

คุณอาจจะใช้เป้ชนิดนี้ใส่ขนม เครื่องดื่ม ผ้าขนหนูและเสื้อผ้า หรืออาจเป็นเสื้อแจ็คเก็ตน้ำหนักเบา โดยทั่วไปแล้วกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คที่มีขนาดไม่เกิน 30 ลิตรจะเหมาะสำหรับใช้เป็นกระเป๋าเป้แบบหนึ่งวัน สำหรับการเดินป่าแบบครึ่งวันควรใช้ประมาณ 10-20 ลิตรจึงจะเหมาะ แต่สำหรับการปีนเขาแบบเต็มวัน คุณอาจลองพิจารณาซื้อกระเป๋าเดินทางแบบเดย์แพ็คขนาด 30 หรือ 35 ลิตร

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คสุดสัปดาห์

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คสุดสัปดาห์เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบไม่นานครั้งละ 2-3 วัน ซึ่งขนาดบรรจุที่ดีควรอยู่ประมาณ 40 ลิตร ทั้งนี้เพื่อใช้ใส่เสื้อผ้าและสิ่งจำเป็นอื่นๆ ให้เพียงพอต่อการเดินทาง กระเป๋าเป้สำหรับวันสุดสัปดาห์ชนิดนี้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับใช้ใส่เสื้อผ้าได้นานถึงสามวันโดยไม่จำเป็นต้องซักเสื้อผ้า สมมติในกรณีที่คุณต้องเปลี่ยนชุดเพียงวันละสองครั้งเท่านั้น

กระเป๋าเป้สะพายหลังแบบหลายวัน

เป้สะพายหลังแบบมัลติเดย์หรือแบบเดินทางหลายวัน กระเป๋าเป้ชนิดนี้ใช้เพื่อเดินทางแบบหลายวันซึ่งอาจเป็น การเดินป่าและการเดินปีนเขา รวมทั้งการเดินทางแบกเป้ไปต่างประเทศ กระเป๋าเป้ชนิดนี้อยู่ที่ขนาด 50 ถึง 90 ลิตร ซึ่งสามารถบรรจุถุงนอนและเต็นท์ขนาดใหญ่ได้

หากคุณกำลังเดินทางที่ต้องค้าง 5 คืนขึ้นไปควรเลือกกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คที่สามารถรองรับการบรรจุสัมภาระขนาด 70 ถึง 90 ลิตร สมมติว่าคุณมีเสื้อผ้าที่ซักบ้างและมีเสื้อผ้าบางส่วนที่นำมาใช้ซ้ำได้ตลอดการเดินทาง สำหรับการเดินทาง 3-5 คืนควรเป็นกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คขนาด 50-65 ลิตรจึงจะพอเพียง; และสำหรับค้าง 2 คืนควรใช้ขนาด 35-50 ลิตร

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คไปโรงเรียน

กระเป๋าเป้สะพายหลังไปโรงเรียนประเภทนี้เป็นของเด็กๆ นักเรียนมัธยมและนักศึกษาทั่วไปที่มักต้องแบกหนังสือเรียนที่มีน้ำหนักมาก กระเป๋าเป้ที่ใช้ควรมีขนาดตั้งแต่ 6 ถึง 20 ลิตร กระเป๋าเป้มีพื้นที่เยอะและกว้างนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้พกพาหนังสือได้เยอะ นอกจากนี้ยังใส่สมุดโน้ตหรือแม้แต่แล็ปท็อปและแท็บเล็ตขนาดเล็กได้อีกด้วย

กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดเท่ากันที่ใช้สำหรับไปโรงเรียนสามารถใช้เป็นทางเลือกสำหรับกีฬาได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อแจนสปอร์ต ที่ได้รับความนิยมใช้เป็นกระเป๋าเป้ใช้งานอเนกประสงค์สำหรับโรงเรียน การตัดสินใจเลือกกระเป๋าเป้ไปโรงเรียนขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักและปริมาณสิ่งของที่คุณต้องการใส่ในกระเป๋า

กระเป๋าเป้ใส่แล็ปท็อป

ทั้งนักเรียนและพนักงานมืออาชีพทั้งหลายต่างต้องพึ่งพากระเป๋าเป้ใส่แล็ปท็อปชนิดต่างๆ แต่การเลือกกระเป๋าเป้ที่เหมาะสมสำหรับคุณนั้นต้องขึ้นอยู่กับขนาดของแล็ปท็อปของคุณ โดยคุณจะต้องวัดขนาดของแล็ปท็อปเพื่อตรวจสอบว่าสามารถใส่ในซองกระเป๋าเป้ได้หรือไม่

กระเป๋าเป้ใส่แล็ปท็อปถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานกับแล็ปท็อปขนาด 13 นิ้ว, 15 นิ้วและ 17 นิ้ว ตามลำดับ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกกระเป๋าแล็ปท็อปที่มีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่กว่า บางคนต้องการกระเป๋าเป้สะพายหลังเพียงเพื่อพกพาแล็ปท็อปและของเล็กๆบางอย่างเพิ่มเติม ในขณะที่บางคนต้องการกระเป๋าเป้ใส่แล็ปท็อปที่ใหญ่กว่าเพื่อพกพาสิ่งของอื่น ๆได้ด้วย

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คทหาร

กระเป๋าเป้ทหารชนิดนี้ใช้โดยทหารสำหรับแบกของหนัก  ซึ่งค่อนข้างแตกต่างเนื่องจากวัสดุที่ใช้ผลิตและการออกแบบมาเพื่อกันน้ำ การฉีกขาดและทนทานได้ดีแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความขรุขระมาก กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คทหารเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการผจญภัยกลางแจ้งและการเดินทางเพราะเป็นเป้ที่มีความแข็งแรงมาก ขนาดกระเป๋าเป้อยู่ที่ 25-50 ลิตร

กระเป๋าเป้แบบหูรูด

หากคุณกำลังมองหากระเป๋าเป้สะพายหลังที่มีน้ำหนักเบา กระเป๋าเป้แบบหูรูดชนิดนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด วัสดุที่ใช้ทำจากผ้าซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใช้พกพารองเท้าคู่พิเศษ หรืออาจเป็นชุดออกกำลังกายและผ้าเช็ดตัว กระเป๋าเป้ชนิดนี้สามารถจัดเก็บของใช้ธรรมดาๆของคุณได้มากเป็นพิเศษหรือสามารถใช้เป็นกระเป๋าเป้ที่มีน้ำหนักเบาทั่วไป ส่วนใหญ่กระเป๋าเป้มีขนาด 14x18 นิ้วหรือ 17x20 นิ้ว

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็คแบบถือขึ้นเครื่อง

กระเป๋าเป้แบบถือขึ้นเครื่องนี้มีหลากหลายขนาดเพื่อใช้งานที่ต้องการทั่วไปซึ่งมีตั้งแต่ขนาด 45 นิ้วตามข้อกำหนดของสายการบินส่วนใหญ่ ถ้าคุณต้องการความกระฉับกระเฉงและความปลอดภัยในการพกพาของทั้งหมดกระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้ต้องมีขนาดไม่เกิน 22x14x9 นิ้ว (ความยาว x กว้าง x ลึก) แต่เมื่อตัดสินใจว่าจะใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดกี่ลิตร ให้ตรวจสอบข้อจำกัดของสายการบินที่คุณต้องเดินทางด้วยก่อนทุกครั้ง

กระเป๋าเป้ไฮเดรชัน

ส่วนใหญ่กระเป๋าชนิดนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักปั่นจักรยาน นักวิ่งและนักปีนเขา ซึ่งต้องการใช้โซลูชันนี้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ กระเป๋าเป้ชนิดนี้ได้รับการออกแบบตาม หลักการยศาสตร์ และหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสะดวกสบายเหนือสิ่งอื่นใด รวมทั้งเพื่อรักษาสิ่งของทุกชิ้นของคุณไว้อย่างปลอดภัย คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของกระเป๋าเป้ไฮเดรชันนี้คือ มีช่องไฮเดรชันที่ใช้เก็บน้ำที่คุณอาจต้องใช้ดื่มในระหว่างการเดินทางเพื่อรักษาความชุ่มชื่นของร่างกาย

กระเป๋าเป้ชนิดนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางกลางแจ้งและนอกสถานที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการจัดเก็บสิ่งต่างๆ เช่น น้ำและอาหารว่าง ที่คุณอาจต้องหยิบขึ้นมาใช้หลายครั้งตลอดการปีนเขา การวิ่งหรือการขี่จักรยาน วิธีเลือกกระเป๋าเป้ไฮเดรชันที่ดีที่สุดคือ ความจุของกระบอกน้ำซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุด มีขนาดตั้งแต่ 0.5 ลิตร (1.10 ปอนด์) จนถึง 3 ลิตร (6.61 ปอนด์) ส่วนความจุรวมของอุปกรณ์ชุดไฮเดรชั่นมีตั้งแต่ขนาด 5 ลิตรจนถึง 50 ลิตร

กระเป๋าเป้สำหรับเดินทางแบ็คแพ็ค

กระเป๋าเป้ชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่นิยมมากในหมู่นักธุรกิจที่เดินทางบ่อยเพราะมีขนาดกะทัดรัดและพอดีกับตู้เก็บสัมภาระเหนือศีรษะบนเครื่องบิน การออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายและอาจมีล้อลากเพื่อนักเดินทางที่ต้องบินภายในประเทศหรือท่องเที่ยวระยะสั้นบ่อยๆ  กระเป๋าเดินทางชนิดนี้เหมาะสำหรับใส่แล็ปท็อปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับขนาด แต่สามารถใส่เสื้อผ้าหรือสิ่งของอื่นๆได้ดี รูปแบบที่พบมากที่สุดในตลาดมีขนาดตั้งแต่ 25-40 ลิตร

กระเป๋าเป้แบ็คแพ็ค Duffel

กระเป๋าเป้ชนิดนี้เป็นการรวมสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองสิ่งไว้ด้วยกันคือ: กระเป๋า duffel และกระเป๋าเป้แบ็คแพ็ค กระเป๋าประเภทนี้ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมเพื่อใช้เดินทางไปออกกำลังกายที่ยิมและการท่องเที่ยวเนื่องจากสามารถเก็บสัมภาระที่พกพาได้ง่าย ขนาดของเป้ใหญ่พอที่จะใส่เสื้อผ้า รองเท้าและอุปกรณ์อาบน้ำที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณมากขึ้นด้วยสายรัดกระเป๋า นอกจากนี้ กระเป๋าเป้ Duffel ยังเป็นกระเป๋าเดินทางที่แตกต่างและโดดเด่นกว่ากระเป๋าเป้อื่นๆในตลาด กระเป๋าเป้สะพายหลังแบบไฮบริดชนิดนี้ยังใช้เพื่อการเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์และการเดินทางแบบหลายวัน สามารถบรรจุสัมภาระได้ตั้งแต่ขนาด 20 ถึง 100 ลิตร

กระเป๋าเป้คอมเพรสชัน

กระเป๋าเป้แบบบีบอัดชนิดนี้ หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า คอมเพรสชันแซค ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายว่า กระเป๋าเป้ที่สามารถบีบอัดของบรรจุได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระเป๋าชนิดนี้ถือเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ยอดเยี่ยมที่สามารถพกพาสัมภาระติดตัวไปได้ทั้งหมด คุณสามารถใช้พื้นที่กระเป๋าได้ทุกส่วนเพื่อเก็บสัมภาระทั้งหมดในขณะเดินทาง

กระเป๋าเป้สะพายหลังแบบบีบอัดเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการกระเป๋าขนาดกะทัดรัดและเบาโดยไม่ต้องเหลือพื้นที่จัดเก็บ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้ผจญภัยได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น กระเป๋าเป้สะพายหลังคอมเพรสชันนี้มีขนาดตั้งแต่ 15 ถึง 50 ลิตร

กระเป๋าเป้สะพายหลังผู้หญิง

ถึงแม้ผู้หญิงสามารถสวมใส่ชุดชั้นในแบบ unisex หรือใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังแบบผู้ชายได้  ทว่า ยังมีกระเป๋าบางรุ่นในตลาดที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับผู้หญิงโดยเฉพาะ กระเป๋าเป้สำหรับผู้หญิงมักถูกออกแบบให้มีเข็มขัดคาดเอวแบบโค้ง ลำตัวสั้นและความกว้างของไหล่แคบ คุณลักษณะที่ต้องคำนึงถึงคือ ความแตกต่างของร่างกายผู้หญิงซึ่งโดยทั่วไปจะไม่มีในกระเป๋าเดินป่าของผู้ชาย

กระเป๋าเป้สะพายหลังชนิดนี้ช่วยให้ผู้หญิงสามารถหาชุดที่เหมาะสมและเข้ากันได้ดี เป็นกระเป๋าเป้ที่ช่วยให้คุณเดินทางได้ไกลขึ้นจึงเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการออกเดินทางสำรวจอย่างยิ่ง กระเป๋าชนิดนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดกับร่างกายผู้หญิงที่หาซื้อได้ในตลาด

อุปกรณ์เสริมภายนอก

ทั้งนี้ หากคุณต้องการบรรจุของจำนวนมาก คุณไม่จำเป็นต้องซื้อกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คใบที่สองเพิ่ม เพราะมีอุปกรณ์เสริมภายนอกที่ทำขึ้นเพื่อใส่ขวดน้ำ อุปกรณ์กันฝน แผ่นรองนอนขนาดใหญ่และรองเท้าหิมะที่สามารถยัดเข้าไปในช่องกระเป๋าด้านนอกของกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ หรือของบางอย่างสามารถเก็บไว้ด้านล่าง ด้านหลังหรือด้านข้างของกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คของคุณเพื่อให้คุณสามารถใช้กระเป๋าใบเดียวนี้ในการเดินทางไกล

สรุป

กระเป๋าเป้สะพายหลังเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของเราไม่ว่าคุณจะรักกิจกรรมกลางแจ้งหรือไม่ก็ตาม กระเป๋าเป้อเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพในการช่วยเก็บรักษา พกพาและเดินทางไปกับสิ่งของที่สำคัญที่สุดของเราเพื่อให้คุณเดินทางไปทุกหนทุกแห่งในประเทศและทั่วโลก

คู่มือที่ยอดเยี่ยมนี้ช่วยให้คุณสามารถค้นหากระเป๋าเป้สะพายหลังที่มีขนาดความจุและสไตล์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณได้อย่างง่ายดาย เมื่อพิจารณารูปแบบกระเป๋าเป้สะพายหลังนับร้อยๆใบในตลาดปัจจุบัน เราจึงขอแนะนำให้คุณอ่านการแนะนำนี้ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้คุณได้เลือกผลิตภัณฑ์ประเภทกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ถูกต้องตรงใจและได้ขนาดที่ต้องการมากที่สุด

สุดท้าย ทุกการตัดสินใจซื้อจะเลือกแบบใดนั้นอยู่ที่ตัวคุณ เพราะคุณเพียงผู้เดียวที่จะเข้าใจสภาพการเดินป่าของคุณเองได้อย่างแท้จริง

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือและการแนะนำของเรานี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิผลเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ดีที่สุดจากตัวเลือกทั้งหมดที่มีอยู่มากมาย

แหล่งข้อมูล:
NCBI
BMJ
AAOS
Spectrum Health
BU

Leave a Comment: